เชื้อราหนังศีรษะเกิดจากอะไร และต้องรักษาอย่างไร ?

สิงหาคม 19, 2026

Key Takeaways

เชื้อราหนังศีรษะ เป็นภาวะติดเชื้อที่รุนแรงกว่ารังแคทั่วไป หากปล่อยทิ้งไว้อาจลุกลามเป็นอักเสบเรื้อรังหรือ “ชันนะตุ” ซึ่งสามารถทำลายรากผมจนนำไปสู่ปัญหาศีรษะล้านถาวรได้ การสังเกตความผิดปกติแต่เนิ่น ๆ เช่น ผื่นเป็นวงขอบแดง มีสะเก็ดหนา อาการคันรุนแรง หรือเส้นผมหักกุดเป็นหย่อม จะช่วยให้เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที ทั้งนี้ การรักษาให้หายขาดต้องอาศัยการใช้ยารับประทานและแชมพูยาต้านเชื้อราอย่างต่อเนื่อง 4-8 สัปดาห์ ควบคู่ไปกับการรักษาความสะอาดของใช้ส่วนตัวและการปรับพฤติกรรมไม่ให้หนังศีรษะอับชื้น ซึ่งจะช่วยยับยั้งการติดเชื้อ ป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ และเปิดโอกาสให้รากผมได้ฟื้นฟูกลับมางอกใหม่ได้อย่างแข็งแรงในระยะยาว

เชื้อราหนังศีรษะคือภาวะการติดเชื้อราบนผิวหนังบริเวณศีรษะและเส้นผม

Table of Contents

เชื้อราหนังศีรษะคืออะไร ? ทำไมถึงทำให้ผมร่วงได้

โรคเชื้อราหนังศีรษะ (Tinea Capitis) คือภาวะการติดเชื้อราบนผิวหนังบริเวณศีรษะและเส้นผม โดยโรคนี้เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม เดอร์มาโทไฟต์ (Dermatophytes) ซึ่งเป็นกลุ่มเชื้อราที่เจริญเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและมีความอับชื้น เชื้อรากลุ่มนี้มีความสามารถพิเศษในการสร้างเอนไซม์ที่ใช้ย่อยสลายและกัดกินเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนที่เป็นโครงสร้างหลักของเส้นผม ผิวหนังชั้นนอก และเล็บ

เมื่อเชื้อราเดอร์มาโทไฟต์เข้าสู่หนังศีรษะและเริ่มกัดกินเคราตินจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างความแข็งแรงของเส้นผม ทำให้ก้านผมสูญเสียความยืดหยุ่น เส้นผมเปราะบางและขาดง่ายกว่าปกติ นอกจากนี้ กระบวนการเจริญเติบโตของเชื้อรายังกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายตอบสนอง ส่งผลให้เกิดอาการหนังศีรษะอักเสบ บวมแดง และลอกเป็นขุย เมื่อรากผมและหนังศีรษะอยู่ในสภาวะที่อ่อนแอและอักเสบอย่างต่อเนื่อง จึงนำไปสู่ภาวะผมร่วงจากเชื้อราตามมาในที่สุด ทั้งจากการที่เส้นผมหักขาดกลางท่อน และจากการที่รากผมฝ่อตัวลงเนื่องจากการอักเสบ

สาเหตุและปัจจัยกระตุ้นการเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะ

อาการเชื้อราบนหัวไม่ได้เกิดขึ้นอย่างไร้สาเหตุ แต่มักมีปัจจัยกระตุ้นจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและสภาพร่างกายที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา ดังนี้

  • พฤติกรรมการนอน : การสระผมในเวลากลางคืนแล้วปล่อยให้ผมเปียกชื้น หรือการล้มตัวลงนอนทั้งที่เส้นผมและหนังศีรษะยังไม่แห้งสนิท เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมชั้นดีให้เชื้อรา ความอับชื้นที่สะสมอยู่บนหมอนและหนังศีรษะตลอดทั้งคืน เป็นอุณหภูมิที่เหมาะสมอย่างยิ่งในการเพาะพันธุ์เชื้อราเดอร์มาโทไฟต์
  • สุขอนามัย : เชื้อราสามารถติดต่อกันได้ผ่านการสัมผัส การใช้ของใช้ส่วนตัวที่ต้องสัมผัสกับศีรษะร่วมกับผู้อื่น เช่น หวี แปรง หมวก หมวกกันน็อก ปลอกหมอน หรือแม้แต่ผ้าเช็ดตัว ล้วนเป็นพาหะนำเชื้อราจากบุคคลหนึ่งไปสู่อีกบุคคลหนึ่งได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีคนอยู่ร่วมกันอย่างแออัด
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ : สภาพร่างกายที่อ่อนแอ มีความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีโรคประจำตัวบางชนิดที่กดภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบป้องกันตามธรรมชาติของผิวหนังทำงานได้ไม่เต็มที่ เปิดโอกาสให้เชื้อราที่อาจปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อมสามารถรุกรานและก่อให้เกิดโรคได้ง่ายขึ้น รวมถึงผู้ที่มีโรคผิวหนังบางชนิดร่วมด้วย เช่น โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ที่ปราการผิวหนังอ่อนแออยู่แล้ว

ชันนะตุ : เมื่อการติดเชื้อลุกลามรุนแรง

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ชันนะตุ” (Kerion) ซึ่งแท้จริงแล้วก็คือภาวะแทรกซ้อนขั้นรุนแรงที่เกิดจากการติดเชื้อราหนังศีรษะ โดยหากเชื้อราไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที หรือร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเชื้อราอย่างรุนแรงผิดปกติ อาจพัฒนาเป็นการอักเสบระดับลึก

สำหรับภาวะชันนะตุ หนังศีรษะจะมีอาการบวมแดงอย่างเห็นได้ชัด เกิดเป็นก้อนนูนที่มีความนุ่มเมื่อกดสัมผัส บริเวณที่อักเสบจะมีตุ่มหนองกระจายตัวอยู่ และมักมีน้ำเหลืองหรือหนองซึมออกมาตลอดเวลา ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดบริเวณที่เป็นอย่างมาก สิ่งที่น่ากังวลที่สุดสำหรับภาวะชันนะตุคือหากปล่อยให้อักเสบเรื้อรังจนความเสียหายลุกลามลงลึกไปถึงระดับรากผมจะทำลายรูขุมขนอย่างถาวร ทำให้เกิดแผลเป็นบนหนังศีรษะ และนำไปสู่ภาวะผมร่วงถาวรในบริเวณนั้น ซึ่งไม่สามารถรักษาให้เส้นผมงอกกลับมาใหม่ได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

เช็กด่วน ! อาการเชื้อราบนหัวที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ

เพื่อป้องกันไม่ให้อาการเชื้อราบนหัวลุกลามจนถึงขั้นผมร่วงถาวร การสังเกตอาการตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเมื่อเริ่มมีอาการคันหรือมีสะเก็ดบนหนังศีรษะ ควรสังเกตให้ชัดเจนว่าอาการดังกล่าวคือรังแคทั่วไปหรือเชื้อราหนังศีรษะ

ลักษณะผื่นและสะเก็ดที่ต่างจากรังแค

รังแคทั่วไปมักเกิดจากการผลัดเซลล์ผิวที่ไวกว่าปกติ หรือมีความมันส่วนเกิน โดยจะมีลักษณะเป็นขุยสีขาวชิ้นเล็ก ๆ กระจายอยู่ทั่วศีรษะ มักไม่มีอาการอักเสบหรือแดงร่วมด้วย แต่หากเป็นเชื้อราหนังศีรษะ จะมีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นดังนี้

  • เป็นวงชัดเจน : รอยโรคของการติดเชื้อรามักจะก่อตัวเป็นผื่นรูปวงกลมหรือวงรี มีขอบเขตชัดเจน ขอบผื่นมักมีสีแดงและนูนเล็กน้อย ซึ่งเกิดจากการที่เชื้อราขยายอาณาเขตออกไปรอบนอก ในขณะที่ตรงกลางวงอาจมีสะเก็ดหนาสีเหลือง สีเทา หรือสีเงินปกคลุมอยู่
  • อาจมีตุ่มหนอง : ในบริเวณที่ติดเชื้อหรือรอบ ๆ ขอบผื่น มักจะพบตุ่มแดงอักเสบ หรือตุ่มหนองเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ ซึ่งเป็นสัญญาณของการอักเสบติดเชื้อ
  • อาการคันรุนแรง : เชื้อราหนังศีรษะมักทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง จนผู้ป่วยต้องเกาอยู่ตลอดเวลา และในบางรายอาจมีอาการแสบร้อนหรือเจ็บปวดหนังศีรษะร่วมด้วยเมื่อสัมผัส

สัญญาณผมร่วงจากเชื้อรา

นอกจากอาการบนผิวหนังแล้ว เส้นผมที่ได้รับผลกระทบจากเชื้อราก็จะมีลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน เมื่อเชื้อราเริ่มเข้าทำลายโครงสร้างเคราตินของเส้นผม จะพบลักษณะความผิดปกติดังต่อไปนี้

  • จุดดำบนหนังศีรษะ : อาการนี้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของการติดเชื้อราที่แกนผม เมื่อเส้นผมถูกเชื้อราทำลายจนเปราะบางและหักกุดลง รอยหักมักจะอยู่ในระดับเดียวกับรูขุมขนบนหนังศีรษะ ทำให้มองเห็นเป็นจุดสีดำเล็ก ๆ กระจายอยู่ตามรูขุมขนในบริเวณที่ติดเชื้อ
  • ผมร่วงเป็นหย่อม : เส้นผมมักจะหลุดร่วงเป็นวงหรือเป็นหย่อม ๆ ตามขอบเขตของผื่นเชื้อรา ไม่ได้ร่วงแบบกระจายจนบางทั่วทั้งศีรษะเหมือนกับภาวะผมร่วงจากกรรมพันธุ์หรือฮอร์โมน บริเวณที่ร่วงมักจะเห็นขอบเขตชัดเจนว่าตรงไหนมีผมและตรงไหนไม่มี
  • เสี่ยงศีรษะล้านถาวร : หากมีการอักเสบรุนแรง เช่น เป็นชันนะตุ หรือเกาจนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณรากผมถูกทำลายจนกลายเป็นพังผืดหรือแผลเป็น และเมื่อรูขุมขนถูกปิดทับด้วยพังผืด รากผมอาจไม่สามารถสร้างเส้นผมงอกใหม่ได้อีก นำไปสู่ปัญหาศีรษะล้านเฉพาะจุดอย่างถาวร

แนวทางการรักษาเชื้อราหนังศีรษะให้หายขาด

การรักษาเชื้อราหนังศีรษะต้องอาศัยความต่อเนื่องและถูกวิธี ไม่สามารถปล่อยให้หายเองได้ โดยการรักษาที่ได้มาตรฐานทางการแพทย์มีองค์ประกอบหลักดังนี้

  • การใช้ยารักษาเชื้อราหนังศีรษะ : การทายาเพียงอย่างเดียวมักไม่เพียงพอ เนื่องจากตัวยาไม่สามารถซึมซาบเข้าไปถึงรากผมและแกนผมส่วนลึกที่เชื้อราแฝงตัวอยู่ได้ แพทย์มักจะพิจารณาจ่าย ยารับประทานต้านเชื้อราซึ่งถือเป็นการรักษาหลัก ควบคู่ไปกับการใช้แชมพูยาฆ่าเชื้อราเพื่อใช้สระผมเป็นประจำ แชมพูยาจะช่วยลดปริมาณสปอร์ของเชื้อราบนหนังศีรษะ ป้องกันการแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นหรือติดต่อไปสู่ผู้อื่น
  • การดูแลความสะอาดระหว่างรักษา : ผู้ป่วยต้องดูแลรักษาความสะอาดของหนังศีรษะอย่างเคร่งครัด สระผมตามที่แพทย์แนะนำ ไม่ควรแกะ เกา หรือบีบตุ่มหนองเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน นอกจากนี้ ต้องทำความสะอาดของใช้ส่วนตัวทั้งหมดที่สัมผัสกับศีรษะ เช่น ซักปลอกหมอน แช่หวีในน้ำยาฆ่าเชื้อ เพื่อทำลายสปอร์ของเชื้อราที่อาจตกค้างอยู่
การหมั่นเป่าผมให้แห้งหลังอาบน้ำคือวิธีป้องกันเชื้อราหนังศีรษะที่ได้ผล

ระยะเวลาการรักษาและสัญญาณฟื้นตัว

เชื้อราหนังศีรษะมีความดื้อรั้นและฝังลึก การรักษาจึงต้องใช้เวลาและความอดทนสูง โดยทั่วไปแล้ว ระยะเวลาการรักษาจะกินเวลาประมาณ 4-8 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้นในบางราย ผู้ป่วยห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการจะเริ่มดีขึ้นแล้วก็ตาม ต้องรับประทานยาจนครบตามที่แพทย์สั่งเพื่อป้องกันการดื้อยาและการกลับมาเป็นซ้ำ

สัญญาณฟื้นตัวที่บ่งบอกว่าการรักษากำลังได้ผลดี ได้แก่ 

  • อาการคันหนังศีรษะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  • รอยแดงเริ่มจางลง ผื่นและสะเก็ดเริ่มแห้งและหลุดลอกออกไป
  • ไม่มีตุ่มหนองใหม่เกิดขึ้นเพิ่มเติม
  • บริเวณที่ผมเคยร่วงเป็นหย่อมหรือมีจุดดำ จะเริ่มเห็นเส้นผมอ่อน ๆ งอกกลับมาในบริเวณเดิม

วิธีป้องกันไม่ให้เชื้อราหนังศีรษะกลับมาเป็นซ้ำ

เมื่อรักษาจนหายดีแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมคือหัวใจสำคัญที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เชื้อรากลับมารุกรานหนังศีรษะได้อีก

  • การเลือกใช้ของใช้ส่วนตัว : หลีกเลี่ยงของใช้ที่ต้องสัมผัสศีรษะร่วมกับผู้อื่นอย่างเด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นหวี หมวก ยางรัดผม หรือปลอกหมอน ควรทำความสะอาดของใช้เหล่านี้เป็นประจำ โดยการนำไปซักด้วยน้ำร้อนหรือตากแดดจัดเพื่อฆ่าเชื้อ
  • การดูแลหนังศีรษะให้แห้งและสะอาด : หลังการสระผมทุกครั้ง ควรเช็ดผมและเป่าผมให้แห้งสนิทถึงโคนผมด้วยลมเย็นหรือลมอุ่น ห้ามเข้านอนในขณะที่ผมยังเปียกชื้นอย่างเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เกิดความอับชื้นที่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อรา
  • พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยงในชีวิตประจำวัน : หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่ร้อนอบอ้าวและทำให้เหงื่อออกศีรษะมากเกินไปโดยไม่ทำความสะอาด หากต้องสวมหมวกกันน็อกเป็นประจำ ควรมีหมวกคลุมผมอนามัยรองอีกชั้นและหมั่นนำหมวกกันน็อกไปผึ่งแดด นอกจากนี้ ควรระมัดระวังการสัมผัสกับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการขนร่วงเป็นหย่อม ๆ เนื่องจากเชื้อราบางชนิดสามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้

หยุดปัญหาผมร่วงจากเชื้อราตั้งแต่ต้นตอ คืนสุขภาพหนังศีรษะที่แข็งแรงกับ Monte Hair Clinic

หากสังเกตเห็นความผิดปกติบนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นอาการคันรุนแรง มีสะเก็ดเป็นวง อาการอักเสบ หรือเริ่มมีผมร่วงเป็นหย่อม การเข้ามาปรึกษาปัญหาเส้นผม พร้อมตรวจวินิจฉัยอย่างทันท่วงทีคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องรากผมจากการถูกทำลายอย่างถาวร ที่ Monte Hair Clinic เรามีทีมแพทย์ชำนาญการด้านเส้นผมและหนังศีรษะที่พร้อมประเมินอาการอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์ปัญหาของคุณ 

อย่าปล่อยให้อาการเชื้อราหนังศีรษะลุกลามจนทำลายความมั่นใจและนำไปสู่ปัญหาศีรษะล้านถาวร เริ่มต้นดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างถูกวิธีตั้งแต่วันนี้ สามารถนัดหมายเพื่อประเมินสภาพหนังศีรษะและปรึกษาปัญหาเส้นผมกับแพทย์ได้ที่ โทร. 097-232-6463 หรือ LINE OA : @monteclinic

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Tinea capitis. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.bad.org.uk/pils/tinea-capitis
  • Ringworm of the Scalp (Tinea Capitis) . สืบค้นเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จาก https://www.healthline.com/health/tinea-capitis

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเชื้อราหนังศีรษะ (FAQs)

Q: เชื้อราหนังศีรษะกับรังแคต่างกันอย่างไร ?

A: รังแคทั่วไป มักเป็นขุยสีขาวเล็ก ๆ หลุดร่วงกระจายทั่วศีรษะ เกิดจากการผลัดเซลล์ผิวที่ไวกว่าปกติหรือมีความมันส่วนเกิน โดยมักไม่มีอาการอักเสบ แต่เชื้อราหนังศีรษะเกิดจากการติดเชื้อในกลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ มักมีลักษณะเป็นผื่นวงกลมหรือวงรี ขอบแดง มีสะเก็ดหนาสีเหลืองหรือเทา มีอาการคันรุนแรง และอาจมีตุ่มหนองหรืออาการผมร่วงเป็นหย่อมร่วมด้วย

Q: เชื้อราหนังศีรษะรักษาหายได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน ?

A: สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากได้รับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง โดยทั่วไปการรักษาจะใช้ยารับประทานต้านเชื้อราร่วมกับการใช้แชมพูยาฆ่าเชื้อ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาอย่างต่อเนื่องประมาณ 4-8 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดเชื้อและการตอบสนองต่อยาของผู้ป่วย

Q: เชื้อราหนังศีรษะสามารถติดต่อสู่ผู้อื่นได้หรือไม่ ?

A: สามารถติดต่อได้ง่ายมากผ่านการสัมผัส ทั้งการสัมผัสโดยตรงกับผิวหนังของผู้ติดเชื้อ และการสัมผัสทางอ้อมผ่านการใช้สิ่งของส่วนตัวร่วมกัน เช่น หวี หมวก หมวกกันน็อก ปลอกหมอน หรือผ้าเช็ดตัว ดังนั้น ผู้ที่มีอาการจึงควรแยกของใช้ส่วนตัวและทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ

Q: ผมที่ร่วงจากเชื้อราหนังศีรษะจะงอกกลับมาใหม่ได้หรือไม่ ?

A: หากเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่รากผมจะถูกทำลาย เส้นผมจะสามารถงอกกลับมาใหม่ได้ตามปกติเมื่อเชื้อราถูกกำจัดจนหมด แต่หากปล่อยให้ลุกลามจนเกิดภาวะอักเสบรุนแรงหรือเป็นชันนะตุ จนเกิดการทำลายเนื้อเยื่อรูขุมขนและกลายเป็นแผลเป็น อาจทำให้เส้นผมในบริเวณนั้นไม่สามารถงอกกลับมาได้อีก นำไปสู่ภาวะผมร่วงถาวรเฉพาะจุด

Q: สามารถใช้แชมพูขจัดรังแคทั่วไปรักษาเชื้อราหนังศีรษะได้ไหม ?

A: แชมพูขจัดรังแคทั่วไปตามท้องตลาดมักไม่สามารถรักษาต้นตอการติดเชื้อรากลุ่มเดอร์มาโทไฟต์ที่ฝังลึกในแกนผมได้ การรักษาโรคเชื้อราหนังศีรษะที่ถูกต้องจำเป็นต้องใช้ยารับประทานต้านเชื้อราเป็นหลัก ควบคู่ไปกับแชมพูยาฆ่าเชื้อราที่มีส่วนผสมเฉพาะทางการแพทย์ เช่น Ketoconazole หรือ Selenium Sulfide ตามคำแนะนำและภายใต้การดูแลของแพทย์

 
Hair Shadow ตัวช่วยปิดผมเว้าแบบทันใจ แต่ใช้บ่อยไป อาจเป็นตัวร้ายของหนังศีรษะ!

Hair Shadow ตัวช่วยปิดผมเว้าแบบทันใจ แต่ใช้บ่อยไป อาจเป็นตัวร้ายของหนังศีรษะ!

มีนาคม 7, 2026

 
สูบบุหรี่ทำให้ผมร่วงได้จริงหรือ?

สูบบุหรี่ทำให้ผมร่วงได้จริงหรือ?

ตุลาคม 6, 2025

 
รู้จักเทคนิคปลูกผม Long Hair ตอบโจทย์คนไม่อยากโกนผม

รู้จักเทคนิคปลูกผม Long Hair ตอบโจทย์คนไม่อยากโกนผม

เมษายน 28, 2026

For the best experience, we recommend viewing the site in portrait orientation on mobile devices.